ผู้ชม
วันนี้ 242
เมื่อวาน 894
ทั้งหมด 373,475
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 242
เมื่อวาน 915
ทั้งหมด 439,168

          

          ผู้เขียนเคยเขียนลงหนังสือรายปักษ์ก็หลายเล่มอยู่ ปัจจุบันผู้เขียนได้ออกหนังสือของผู้เขียนเอง เป็นหนังสือเคล็ดลับฮวงจุ้ยมาก็หลายเล่นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมและอุปการคุณจากท่านผู้อ่านมากมาย ผู้เขียนจึงมีความคิดว่าจะพิมพ์(เขียน) หนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งแหวกแนวหน่อย โดยเขียนเคล็ดลับฮวงจุ้ยผสมโหราศาสตร์ไทยระบบราศีจักร (ดวงอีแปะ) โหราศาสตร์พม่า (มหาภูติ) โหราศาสตร์มอญ (ทักษา) และรวมหลายวิชาอยู่ในเล่มเดียวกัน สอนตั้งแต่เริ่มต้นถึง พยากรณ์จร มีดวงตัวอย่างให้ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ และไม่เป็นเลยก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจ เพราะผู้เขียนจะไม่เขียนแบบวิชาการ จะเขียนแบบเราคุยกัน ถ้าหนังสือเล่มที่ท่านผู้อ่านให้การสนับสนุน ผู้เขียนก็จะเขียนเล่มต่อไปเรื่อยๆ มีดวงตัวอย่างและบ้านตัวอย่าง รวมทั้งทำเลหลุมฝังศพตัวอย่าง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเคล็ด


                                            ผู้เขียนเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก บ้านผู้เขียนในวัยเด็กอยู่ถนนบรรทัดทอง ใกล้ตลาดกลางไข่ ตลาดเจริญผล บิดาผู้เขียนเป็นคนมาจากประเทศจีน มารดาผู้เขียนก็มาจากประเทศจีน บิดาผู้เขียนมีบุตร 2 คน  มีบุตรชายหญิง 14 คน  ผู้เขียนเป็นคนโตในครอบครัว ในวัยเด็กเกิดมาก็พบความยากจนแล้ว บิดามารดาก็ส่งเรียนจนถึงมัธยม 2 (เทียบเท่า ป. 6 ) เมื่อก่อนผู้เขียนแซ่ตั้งชื่อเม่งเจีย เริ่มเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียน กาญจนเทพวิทยา จนจบ ป. 4 โรงเรียนนี้มีคนดังที่เป็นเพื่อนผู้เขียนคือ พ.ต.อ. มนัส อริยะมงคล และ พ.ต.อ. พนัส อริยะมงคล ซึ่งในสมัยเด็กมีชื่อเล่นว่า เล็ก-ใหญ่ เพราะเป็นคู่แฝด และผู้เขียนเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นโปรโมเตอร์ชื่อดัง เป็นบุตรชายของเจ้าของโรงเรียน ภูมิลำเนาย่านที่ผู้เขียนอยู่เป็นของคนจีนส่วนมาก ผู้เขียนเรียนจบ ป. 4 ที่ โรงเรียนกาญจนเทพและเรียนต่อ โรงเรียนรัตนานุศาสตร์ อยู่ถนนรองเมืองใกล้กับโรงเรียนสัตบุตรบำรุงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนที่ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่ที่พระโขนง ปัจจุบันคงเปลี่ยนชื่อแล้ว

       ผู้เขียนไม่ได้เรียนสูงเพราะความยากจนของครอบครัว แต่ผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นลูกจ้างเขาก็หาเวลาเรียนภาษาจีนบ้างที่โรงเรียนโรจนปัญญา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมบ้าง เรียนเทควันโด ลีลาศ กีตาร์ กังฟู กระบี่กระบอง ผู้เขียนเคยเป็นลุกจ้างย้ายตลาดนัด สมัยก่อนที่สนามหลวงจะมีตลาดนัด ทุกเสาร์-อาทิตย์ ขายของตลาดนัดนี้ลำบากมาก ตอนวันศุกร์เที่ยงคืนต้องรับของขึ้นรถถึง 3 คัน ไปลงที่สนามหลวง ของที่ขายคือจานกระเบื้อง จานเคลือบ ช้อน กะละมัง แก้ว แจกัน และอีกหลายอย่าง ผู้เขียนตอนนั้นอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ต้องขนของเหนื่อยและต้องกางผ้าใบอีก กลางคืนก็ไปหิ้วน้าแถวพระแม่ธรณีบีบมวยผมมาสองถัง ต้องอาบอย่างประหยัดและนอนที่สนามหลวงเพื่อเฝ้าของด้วย แต่ไม่ได้เฝ้าหรอกครับ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ใครจะหามไปลงทะเลก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพลียมาทั้งวัน เวลายืนขายของยังยืนหลับเลยครับ พอเสร็จจากวันอาทิตย์ก็ขนย้ายของเอาเต็นท์ลง แล้วก็ไปต่อใหม่ที่แถวยานนาวาตอนนั้นมีตลาดนัดวันจันทร์ พอขายที่ใหม่เสร็จก็ไปต่อที่หลังโรงเรียนวชิระ วันพุธก็ไปขายที่ตลาดนัดคลองเตย พฤหัส ศุกร์ ก็ไปขายที่ภาษีเจริญ เสาร์อาทิตย์ก็มาที่สนามหลวง และบางครั้งก็แยกร้านไปตามงานต่างจังหวัด เช่น งานพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ งานที่นครปฐม ตรงที่เราไปไหว้พระเจดีย์ งานกาชาดที่แปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา) งานที่อยุธยาตำบลหัวรอ พระราชวังจันทร์เกษม และอีกหลายแห่ง เป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ผู้เขียนก็เปลี่ยนงานมาเป็นลุกจ้างขายขนมที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่นี่นาน 3 ปีครึ่ง อายุตอนนั้น 20 ปี แล้วก็ออกจากงาน ให้คุณแม่ยืมเงินน้าชาย 5,000 บาทมาเริมต้นกิจการ และก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ตอนมาขายของเองนี้ผู้เขียนล้ม(เจ้ง) หลายครั้งเพราะถูกน้องขโมยไปหมด ผู้เขียนตีเช็คเป็น 100 ใบเด้งหมด แต่ผู้เขียนไม่หนียอมติดคุก เพราะไม่มีเงินจะหนี ที่เขียนมานี่ไม่ได้ประจานใคร แต่อยากจะแนะนำท่านที่กำลังพบอุปสรรคการเงินอยู่ อย่าทำเกินตัวมากเกินไป ที่ผู้เขียนมีผู้เชิญไปดูฮวงจุ้ย(ทำเลบ้าน) ส่วนใหญ่ทำเกินตัวไป แก้เรื่องหนี้สินเสียส่วนใหญ่ ที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนาจะประจานผู้เชิญ ไม่ได้นินทาผู้เชิญ เพียงต้องการเป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ และไปไตร่ตรอง ถ้าเกิดปัญหาแล้วทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่ต้องวอร์รี่(worry) นะครับ จงสู้ต่อไปอย่างมากก็แค่ตาย คนเราถ้าไม่มีอุปสรรค ชีวิตคนนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีรสชาติ เพราะเหตุการณ์เท่านั้นที่จะสร้างวีรบุรุษ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ท่านต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาแล้วทั้งนั้น ถึงจะเป็นคำว่ามหาราช คำนี้ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วจะเป็นได้นะครับ


         ตอนผู้เขียนจะล้มหรือเซเรื่องการค้า ผู้เขียนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า เป็นโหรภายใน 22 ชั่วโมงผู้เขียนก็คิดว่าลองซื้อมาอ่านเผื่อว่าแก่ตัว ถ้าการค้าล้มแล้ว ผู้เขียนมีวิชานี้ก็สามารถไปนั่งสนามหลวงได้ ยังไงก้ไม่อดตาย วิชานี้ปรกติผู้เขียนไม่เคยชอบเลย เพราได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า ไปดูหมอแล้ว หมอก็ช่วยไม่ได้ ซ้ำเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เสียอีก เหมือนดังอาจม กู้ที่แสดงอิทธิฤทธิ์เรื่องเปรต และมีวัดดังก็เลยหลอกคนให้ทำบุญ จะได้พบพระพุทธเจ้า เหล่านี้ผู้เขียนจะไม่เชื่อเลย แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตให้ชีวิตเดินทางมาเป็นโหร ผู้เขียนกว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะ คุณสืบศักดิ์ (ต๋อม)พันธ์สีลา ได้ชักนำผู้เขียนเข้ามาเขียนในหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณสืบศักดิ์เป็นบรรณาธิการอยู่ และผู้เขียนก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณสืบศักดิ์เลย คนเราแม้จะเก่งอย่างไร ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ 3 ข้อ

1. ต้องทำบุญ

2. ต้องประพฤติดีมีจริยธรรม

3. ต้องแก้ฮวงจุ้ย

สามสิ่งนี้ถ้าพร้อมทุกคนเราจะไม่ตกต่ำเลย แม้มีอุปสรรคก็สามารถแก้ไขได้ ที่ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเป็น คลังจินดา คลังเงินตรากลัวเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเพลงที่คุณแอ๊ดคาราบาวร้อง

การดูถูกผู้อื่น

ทำเลบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ดูบ้านราคา 15.5 ล้านบาท

ปาฏิหาริย์ต้นไม้มีพลัง


                       

         เหนือฟ้า ใต้บาดาล เดินทางไปที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  เข้าอำเภอบ้านโพธิ์ ไปที่ "ฟาร์มก.ชลมารค "  ที่นั้นเป็นบ่อเพราะเลี้ยงกุลาดำ

         วันนั้นมีเกษตรกรมาออรอซื้อลูกกุ้งจากฟาร์มแห่งนี้ เพื่อนำไปเลี้ยงต่อในบ่อดินกันมากมาย ยังกะว่ามีการแจกฟรีอะไรเทือกนั้น ทั้งๆที่ในการขายจากที่นี่ก็ราคาเดียวกันกับฟาร์มทั่วไป

          "เหนือฟ้า" จึงถามเจ้าของฟาร์ม คุณวรเดช กุสุมายุทธ  ก็ได้รับคำตอบว่า ...ก็ดีในช่วงนีแหละครับ 
เมื่อก่อนหน้านี้ 2 - 3 ปี ฟาร์มขายไม่ดี เงียบฉี่ ในจังหวะที่ฟาร์มอื่นเขาขายลูกกุ้งกันยังกับเทน้ำเทท่า.. "

           แล้วเขาก็บอกต่ออีกว่าดี ตอนนี้ลูกค้าจากฟาร์มอื่นหันมาเป็นสมาชิกมาซื้อของที่ฟาร์มนี้..ทั้งที่เมื่อก่อนนั้นเมิน...


           กับปรากฎการณ์ที่แปลกนี่ คุณรัชกร กุสุมายุทธ ผู้เป็นภรรยาคุณวรเดช ได้บอกว่า เธอทำธุรกิจค้าขาย โดยตั้งร้านอยู่ที่สี่แยกท่าสะอ้าน บางประกง ค้าขายก็รุ่งเรืองดี มีเงินหลายล้านบาท

           อยู่มาก็สะดุด เนื่องจากมีการพัฒนา การทางฯได้ทำถนนใหม่ขึ้นสูงกว่าระดับพื้นของร้านของเธอ 
ตั้งแต่นั้นมา  การค้าก็ทรุดลง....ไม่ว่าที่ร้านหรือที่ฟาร์มกุ้ง

           คุณรัชกน เธอมีความเชื่อมั่นในเรื่องพลัง  และศาสตร์เร้นลับต่าง ๆ ก็ได้หาทางแก้เคล็ดหลายวิธี สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น วันหนึ่ง จึงได้ไปซื้อ หนังสือตำราฮวงจุ้ย ซึ่งเขียนขึ้นโดย อาจารย์คลังจินดา
 คลังเงินตรา  มาอ่านดู  ศึกษาอย่างไรก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ

           เพื่อความกระจ่าง จึงได้ยืมเงินจากเพื่อน (ตอนนี่เป็นเศรษฐีตกยาก) เชิญซินแสคลังจินดา มาที่บ้านเลย...แล้วก็ได้แนวทางในการแก้เคล็ด

           นอกจากติดตั้งโยกย้ายข้าวของให้ถูกต้องตามตำราฮวงจุ้ยที่บ้านแล้ว ซินแสคลังจินดาได้แนะนำให้แก้เคล็ดที่ฟาร์มเพราะเลี้ยงลูกกุ้ง  คือให้เปลี่ยนจากบ่อเพาะเลี้ยง ซึ่งเดิมนั้นเป็นสี่เหลี่ยม ให้เป็นวงกลม  หรือบนตรงเหลี่ยมซึ่ง....เธอก็ทำตาม  ( ก็เพียงเอาสีมาเขียนลบเหลี่ยมเท่านั้น ไม่ได้ทุบของเดิมทิ้ง)

           หลังจากที่แก้เคล็ดตามฮวงจุ้ยได้  1 เดือน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณรัชกรจึงยกหูโทรศัพท์ไปต่อว่าซินแสคลังจินดา ว่าเป็นพวกหลอกลวง ก็ได้รับคำตอบว่า ให้ใจเย็น ๆ เนื่องจาก พลังตอบรับของแต่ละคนไม่เท่ากัน


            ในการแก้เหลี่ยมที่บ่อจากธาตุไม้ให้บ่อกลมธาตุทอง  หรือว่าขอบมันธาตุน้ำ เพื่อให้เข้ากับการดำเนินการ คือ "กุ้ง" เป็นสัตว์น้ำต้องอยู่กับธาตุน้ำ จึงจะส่งพลังให้เจริญรุ่งเรือง
ก็น่าแปลกหลังจากที่ติดต่อกับอาจารย์แล้ว อีกเดือนหนึ่งสถานการณ์  ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างน่าพิศวง บางรายยังพูดว่า เมื่อก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าร้านนี้ขายสินค้าที่ตนเองต้องการ ขนาดเดินผ่านหน้าร้านยังไม่สนเลย..ว่าเข้าไปนั้น

            และที่ฟาร์มก็มีการเปลี่ยนแปลงทันตาเห็นจากที่เคยเพาะเลี้ยงลูกกุ้งมีเปอร์เซ็นต์รอดน้อย ก็กลายเป็นว่าเปอร์เซ็นต์รอดหรือติดสูงขึ้น สามารถผลิตได้เดือนล่ะ 15 ถึง 20 ล้าน ตัว และลูกค้าที่มาอุดหนุนก็เพิ่มขึ้นมากมาย

           สิ่งที่สัมผัสกับตนเอง "รัชกร กุสุมายุทธ " บอกว่า ตอนนี้ เธอเชื่อและเลื่อมใสศาสตร์ฮวงจุ้ยนี้เต็มร้อยเลย
...เธอว่าอย่างนั้น


           ก็ใช่เฉพาะธาตุทอง กับ ธาตุน้ำ เท่านั้นที่จะมีพลังช่วยในการแก้ไขในสิ่งที่ไม่ดีให้กลับกลายเป็นดีนั้น 
ธาตุไม้ หรือ ต้นไม้ ก็มีพลังนี้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่ในพิกัดไหนที่เป็นมงคล
และพิกัดไหนไม่เป็นมงคล 


          การแก้เคล็ดด้วยต้นไม้นี้ คุณครรชิต คุณาวุธกุล   ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทขายเหล็กอยู่ย่านบางบอน กทม.   เขามีความเชื่อในเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยนี้เป็นเวลานานแล้ว

          การค้าขายของเขาก็แบบซื้อไปขายมาได้เงิน  ฐานะมั่งคั่ง...มีช่วงหนึ่งที่ขายของได้แต่ไม่ได้เงิน 
(ไม่ใช่รายเดียว หลายราย)

           เรื่องนี้ก็สร้างปัญหาให้กับเขาไม่น้อย เขาใช้การแก้ปัญหา ด้วยการทวงตาม และใช้พลังแห่งศาสตร์ก็ได้ปรึกษาซินแสในทางฮวงจุ้ยหลายท่าน และก็ได้แก้เคล็ดแก้ไขกันมาตลอด ดีขึ้นบ้าง ไม่ดีขึ้นบ้าง ตามอัตตภาพ


           แล้วครั้งล่าสุด ก็ไปปรึกษาซินแสคลังจินดา คลังเงินตราจึงได้มาแก้ไขทิศทางของการตั้งโต๊ะทำงานและวางตู้เลี้ยงปลาภายในอาคาร แปลกไปกว่ารายอื่น คือให้ปลูกต้นไม้ตรงนอกอาคาร ซึ่งเป็นจุดแหว่งให้เต็มมุมนั้น

           ผลหลังจากที่แก้เคล็ดตามตำราแล้ว ปรากฎว่ามีแรงแห่งพลังเร้นลับ  สิ่งที่เคยมืดติ้อ กระจ่างขึ้น ว่าธุรกิจเรามีช่องโหว่ทางไหน หรือ ลูกน้องคนไหนโกงเราอยู่  จากนั้นธุรกิจก็ค่อย ๆ กระเตื้อง และ ดีขึ้นเรื่อย ๆ

          ในความคิดเห็นของเขา "ครรชิต  คุณาวุธกุล" ว่า ในการแก้เคล็ดด้วยการวางสิ่งของ  หรือ ปลูกต้นไม้ตามจุดต่าง ๆนั้น มันเป็นพลังหนึ่งที่จะส่งผลให้กับตนเอง

           ที่สำคัญ ตัวเขาก็จะต้องถือศีล ปฏิบัติธรรมให้มีคุณธรรมประจำใจ  ซึ่งจะได้พลังมาเสริมกัน และพลังในการปฏิบัติชอบนี่จะมีแรงมากกว่า การวางสิ่งของและทิศทางและคุณธรรมสูงสุด คือ ความกตัญญู


             ไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดาหรือผู้ที่มีพระคุณ  ปฏิบัติตอบแล้วจะมี พลัง "ธรรม" ที่ส่งความรุ่งโรจน์ให้กับชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด

 19/83 ม.5 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
  สอบถามข้อมูลโทร.081-4458366
  เวลาทำการ 08.00-18.00น.
  ธีรชาติ คลังเงินตรา

 
   เบาะหนังรถยนต์   หลอด LED   ไมโครไพล์   รถลาก   แรงงานต่างด้าว   บริษัทรักษาความปลอดภัย  
เว็บสำเร็จรูป
×