ผู้ชม
วันนี้ 237
เมื่อวาน 894
ทั้งหมด 373,470
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 237
เมื่อวาน 915
ทั้งหมด 439,163

          

          ผู้เขียนเคยเขียนลงหนังสือรายปักษ์ก็หลายเล่มอยู่ ปัจจุบันผู้เขียนได้ออกหนังสือของผู้เขียนเอง เป็นหนังสือเคล็ดลับฮวงจุ้ยมาก็หลายเล่นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมและอุปการคุณจากท่านผู้อ่านมากมาย ผู้เขียนจึงมีความคิดว่าจะพิมพ์(เขียน) หนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งแหวกแนวหน่อย โดยเขียนเคล็ดลับฮวงจุ้ยผสมโหราศาสตร์ไทยระบบราศีจักร (ดวงอีแปะ) โหราศาสตร์พม่า (มหาภูติ) โหราศาสตร์มอญ (ทักษา) และรวมหลายวิชาอยู่ในเล่มเดียวกัน สอนตั้งแต่เริ่มต้นถึง พยากรณ์จร มีดวงตัวอย่างให้ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ และไม่เป็นเลยก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจ เพราะผู้เขียนจะไม่เขียนแบบวิชาการ จะเขียนแบบเราคุยกัน ถ้าหนังสือเล่มที่ท่านผู้อ่านให้การสนับสนุน ผู้เขียนก็จะเขียนเล่มต่อไปเรื่อยๆ มีดวงตัวอย่างและบ้านตัวอย่าง รวมทั้งทำเลหลุมฝังศพตัวอย่าง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเคล็ด


                                            ผู้เขียนเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก บ้านผู้เขียนในวัยเด็กอยู่ถนนบรรทัดทอง ใกล้ตลาดกลางไข่ ตลาดเจริญผล บิดาผู้เขียนเป็นคนมาจากประเทศจีน มารดาผู้เขียนก็มาจากประเทศจีน บิดาผู้เขียนมีบุตร 2 คน  มีบุตรชายหญิง 14 คน  ผู้เขียนเป็นคนโตในครอบครัว ในวัยเด็กเกิดมาก็พบความยากจนแล้ว บิดามารดาก็ส่งเรียนจนถึงมัธยม 2 (เทียบเท่า ป. 6 ) เมื่อก่อนผู้เขียนแซ่ตั้งชื่อเม่งเจีย เริ่มเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียน กาญจนเทพวิทยา จนจบ ป. 4 โรงเรียนนี้มีคนดังที่เป็นเพื่อนผู้เขียนคือ พ.ต.อ. มนัส อริยะมงคล และ พ.ต.อ. พนัส อริยะมงคล ซึ่งในสมัยเด็กมีชื่อเล่นว่า เล็ก-ใหญ่ เพราะเป็นคู่แฝด และผู้เขียนเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นโปรโมเตอร์ชื่อดัง เป็นบุตรชายของเจ้าของโรงเรียน ภูมิลำเนาย่านที่ผู้เขียนอยู่เป็นของคนจีนส่วนมาก ผู้เขียนเรียนจบ ป. 4 ที่ โรงเรียนกาญจนเทพและเรียนต่อ โรงเรียนรัตนานุศาสตร์ อยู่ถนนรองเมืองใกล้กับโรงเรียนสัตบุตรบำรุงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนที่ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่ที่พระโขนง ปัจจุบันคงเปลี่ยนชื่อแล้ว

       ผู้เขียนไม่ได้เรียนสูงเพราะความยากจนของครอบครัว แต่ผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นลูกจ้างเขาก็หาเวลาเรียนภาษาจีนบ้างที่โรงเรียนโรจนปัญญา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมบ้าง เรียนเทควันโด ลีลาศ กีตาร์ กังฟู กระบี่กระบอง ผู้เขียนเคยเป็นลุกจ้างย้ายตลาดนัด สมัยก่อนที่สนามหลวงจะมีตลาดนัด ทุกเสาร์-อาทิตย์ ขายของตลาดนัดนี้ลำบากมาก ตอนวันศุกร์เที่ยงคืนต้องรับของขึ้นรถถึง 3 คัน ไปลงที่สนามหลวง ของที่ขายคือจานกระเบื้อง จานเคลือบ ช้อน กะละมัง แก้ว แจกัน และอีกหลายอย่าง ผู้เขียนตอนนั้นอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ต้องขนของเหนื่อยและต้องกางผ้าใบอีก กลางคืนก็ไปหิ้วน้าแถวพระแม่ธรณีบีบมวยผมมาสองถัง ต้องอาบอย่างประหยัดและนอนที่สนามหลวงเพื่อเฝ้าของด้วย แต่ไม่ได้เฝ้าหรอกครับ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ใครจะหามไปลงทะเลก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพลียมาทั้งวัน เวลายืนขายของยังยืนหลับเลยครับ พอเสร็จจากวันอาทิตย์ก็ขนย้ายของเอาเต็นท์ลง แล้วก็ไปต่อใหม่ที่แถวยานนาวาตอนนั้นมีตลาดนัดวันจันทร์ พอขายที่ใหม่เสร็จก็ไปต่อที่หลังโรงเรียนวชิระ วันพุธก็ไปขายที่ตลาดนัดคลองเตย พฤหัส ศุกร์ ก็ไปขายที่ภาษีเจริญ เสาร์อาทิตย์ก็มาที่สนามหลวง และบางครั้งก็แยกร้านไปตามงานต่างจังหวัด เช่น งานพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ งานที่นครปฐม ตรงที่เราไปไหว้พระเจดีย์ งานกาชาดที่แปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา) งานที่อยุธยาตำบลหัวรอ พระราชวังจันทร์เกษม และอีกหลายแห่ง เป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ผู้เขียนก็เปลี่ยนงานมาเป็นลุกจ้างขายขนมที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่นี่นาน 3 ปีครึ่ง อายุตอนนั้น 20 ปี แล้วก็ออกจากงาน ให้คุณแม่ยืมเงินน้าชาย 5,000 บาทมาเริมต้นกิจการ และก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ตอนมาขายของเองนี้ผู้เขียนล้ม(เจ้ง) หลายครั้งเพราะถูกน้องขโมยไปหมด ผู้เขียนตีเช็คเป็น 100 ใบเด้งหมด แต่ผู้เขียนไม่หนียอมติดคุก เพราะไม่มีเงินจะหนี ที่เขียนมานี่ไม่ได้ประจานใคร แต่อยากจะแนะนำท่านที่กำลังพบอุปสรรคการเงินอยู่ อย่าทำเกินตัวมากเกินไป ที่ผู้เขียนมีผู้เชิญไปดูฮวงจุ้ย(ทำเลบ้าน) ส่วนใหญ่ทำเกินตัวไป แก้เรื่องหนี้สินเสียส่วนใหญ่ ที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนาจะประจานผู้เชิญ ไม่ได้นินทาผู้เชิญ เพียงต้องการเป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ และไปไตร่ตรอง ถ้าเกิดปัญหาแล้วทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่ต้องวอร์รี่(worry) นะครับ จงสู้ต่อไปอย่างมากก็แค่ตาย คนเราถ้าไม่มีอุปสรรค ชีวิตคนนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีรสชาติ เพราะเหตุการณ์เท่านั้นที่จะสร้างวีรบุรุษ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ท่านต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาแล้วทั้งนั้น ถึงจะเป็นคำว่ามหาราช คำนี้ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วจะเป็นได้นะครับ


         ตอนผู้เขียนจะล้มหรือเซเรื่องการค้า ผู้เขียนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า เป็นโหรภายใน 22 ชั่วโมงผู้เขียนก็คิดว่าลองซื้อมาอ่านเผื่อว่าแก่ตัว ถ้าการค้าล้มแล้ว ผู้เขียนมีวิชานี้ก็สามารถไปนั่งสนามหลวงได้ ยังไงก้ไม่อดตาย วิชานี้ปรกติผู้เขียนไม่เคยชอบเลย เพราได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า ไปดูหมอแล้ว หมอก็ช่วยไม่ได้ ซ้ำเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เสียอีก เหมือนดังอาจม กู้ที่แสดงอิทธิฤทธิ์เรื่องเปรต และมีวัดดังก็เลยหลอกคนให้ทำบุญ จะได้พบพระพุทธเจ้า เหล่านี้ผู้เขียนจะไม่เชื่อเลย แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตให้ชีวิตเดินทางมาเป็นโหร ผู้เขียนกว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะ คุณสืบศักดิ์ (ต๋อม)พันธ์สีลา ได้ชักนำผู้เขียนเข้ามาเขียนในหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณสืบศักดิ์เป็นบรรณาธิการอยู่ และผู้เขียนก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณสืบศักดิ์เลย คนเราแม้จะเก่งอย่างไร ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ 3 ข้อ

1. ต้องทำบุญ

2. ต้องประพฤติดีมีจริยธรรม

3. ต้องแก้ฮวงจุ้ย

สามสิ่งนี้ถ้าพร้อมทุกคนเราจะไม่ตกต่ำเลย แม้มีอุปสรรคก็สามารถแก้ไขได้ ที่ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเป็น คลังจินดา คลังเงินตรากลัวเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเพลงที่คุณแอ๊ดคาราบาวร้อง

การดูถูกผู้อื่น

ทำเลบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ดูบ้านราคา 15.5 ล้านบาท

โหงวเฮ้ง รู้หน้าถึงรู้ใจ

           โหวงเฮ้ง คือการดูหน้าตาของเจ้าชะตามีสง่าราศีหรือไม่ หากหน้าตาหม่นหมอง สีหน้าคล้ำ มีแววตาเศร้าสร้อย นัยตาแดงกล่ำคล้ายคนกินเหล้า นั้นหมายถึง เจ้าชะตากำลังป่วยหรือเจอปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตก เช่นหน้าผากจะแสดงอายุช่วง 20-25 ปี เป็นช่วงที่บ่งบอกแก่เจ้าชะตาในเรื่องยศศักดิ์ ตำแหน่งหน้าผาก
ของบุรุษหรือสตรี ต้องอยู่ในลักษณะสวยงานนูนพอสมควร สีสันสวย อวบอิ่มตามวัย หากหน้าผากมีลักษณะโหนกนูน จะเป็นผู้มีปัญญาวาสนาสูง สามารถทำงานในหน้าที่ตำแหน่งใหญ่ๆโต มีความคิดอ่านดี
การตัดสินใจดี หากมีริ้วรอยเหี่ยวย่น ยู่ยี่ และมีบาดแผลที่หน้าผากให้ระวังอุบัติเหตุช่วง 20-25 แน่นอน หลายท่านที่มีแผลที่หน้าผาก หรือไฝ ปาน ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์

           คิ้ว  บ่งบอกช่วงอายุ 31-34 ปี จะต้องดกดำ ละเอียด ไม่บางจนเกินไป จะบอกถึงกิจการงานในช่วงนั้น ถ้าเป็นหญิงก็ให้เขียนคิ้วเข้าช่วย ท่านว่าควรสีอ่อนกว่าสีผม จะทำให้ดูอ่อนวัยเสมอ หากสีเข้มเกินไป จะทำให้หน้าดุ และบ่งบอกถึงพี่น้อง เพื่อนฝูง ส่วนใหญ่หากมีพี่น้องเพื่อนฝูงที่ไม่ดี จะมีคิ้วหยาบไม่ละเอียด ยาวระเกะระกะหรือแหว่งขาดๆ หายๆ เป็นต้น

          ตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ คือ ดวงตาเศร้าหมอง ตาแดง มีเส้นเลือดในตา ให้ระวังในช่วงอายุ
35-40 ปี อย่าได้ลงทุนทำกิจการจะเกิดผิดหวัง ถูกหลอกถูกโกงหรือขาดทุน ส่วนหนังตาที่ตกถ้าจะทำศัลยกรรม ควรทำก่อนอายุ 42-49 ปี เพราะเป็นช่วงที่อายุเดินมาถึง ถ้าทำแล้วก็ช่วยได้บ้าง แต่ถึงอย่างไรควรใช้ฮวงจุ้ยเสริมด้วยถึงจะดี

          แก้ม บ่งบอกช่วงอายุ 46-47 ปี จะต้องโหนกนูน รับใบหน้าไม่แห้งตอบ สีชมพูระเรื่อ สดใสสมวัย หมายถึงการงานรุดหน้าไปด้วยดี แต่หากเกิดสิวฝ้า หมองคล้ำ ก็ส่งผลต่อธุรกิจการงานอย่างแน่นอน

         จมูก บ่งบอกช่วงอายุ 41-50 ปี หมายถึงสมบัติ ตำแหน่งจะอยู่บนยอดปลายจมูกและปลีกจมูกทั้งสองข้าง ถ้ายอดจมูกกว้างนูนอวบอิ่มเป็นสีชมพูงาม ปีกทั้งสองหนาสมส่วน ท่านจะโชคดี มีบารมีสูงส่ง
มียศศักดิ์ บางคนจมูกโตเหมือนเฉินหลง ,โน๊ต อุดม และอีกหลายคน จะบอกว่าชาตินี้กินใช้ไม่หมด ถ้าปลายจมูกแหลมไม่มีเนื้อ จะเดียวดาย ไร้ผู้อุปถัมภ์
         ล่องจมูกคือช่วงอายุ 51 ปี บางท่านชอบไว้หนวด ควรจะโกนออก เพื่อให้ทางน้ำจากภูเขาไหลผ่านนั้นเองคือไม่ติดขัดเรื่องเงินทอง แต่หากเลย 51 ไปแล้วก็สามารถปิดล่องจมูกได้โดยไว้หนวดได้

         คาง ตำแหน่งนี้เรียกว่าผู้เฒ่า สตรีหากมี กราม คางสัมพันธ์พอดี รูปหน้าดูเอิบอิ่ม เหมาะสมกับวัย
จะถือว่า ชายหญิงนั้นอายุยืน  บุตรหลาน บริวาร ทรัพย์สมบัติมั่งคั่ง ตั้งแต่อายุ 68-100 ปี หากตำแหน่งนี้
แคบ แห้งตรอบ ครางสั้น บุบ เหี่ยวย่น ไม่มีเนื้ออวบนุ่ม จะไม่มีสมบัติทรัพยืสิน ยิ่งถ้าฟันหลุดร่วงหมดปาก
จะทำให้ป่วยไข้ เจ็บป่วยง่าย วิธีแก้คือใส่ฟันปลอม หรือไว้เครา ถ้าเป็นหญิงจะทำศัลยกรรมก็ได้คือทำให้ดูอวบอิ่ม เข้ากับกับรูปหน้า.
   

         
 19/83 ม.5 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
  สอบถามข้อมูลโทร.081-4458366
  เวลาทำการ 08.00-18.00น.
  ธีรชาติ คลังเงินตรา

 
   เบาะหนังรถยนต์   หลอด LED   ไมโครไพล์   รถลาก   แรงงานต่างด้าว   บริษัทรักษาความปลอดภัย  
เว็บสำเร็จรูป
×